วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A ....อันตรายกว่าที่คิด

ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ A....อันตรายกว่าที่คิด


ต้นกล้าอยู่ ร.พ. 4 คืน 

          ถ้าใครได้เคยทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดใหญ่ก็จะรู้ว่าอาการไข้ของไข้หวัดใหญ่นั้นมันทรมานมากแค่ไหน ผู้เขียนเคยเป็นไข้หวัดใหญ่หนหนึ่ง ตอนนั้นยอมรับว่าเหนื่อยมาก ไข้สูงตลอด รอดูอาการอยู่วันหนึ่งเต็มๆ จึงตัดสินใจไปหาหมอ เพราะเริ่มไม่ไหวแล้ว หมอจึงให้ยาและบอกว่าห้ามอาบน้ำ สระผม ให้เช็ดตัวอย่างเดียวเดี๋ยวก็หาย ตอนนั้นจำได้ว่าเซ็งมากๆเพราะช่วงที่เป็นไข้ตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดี หมดกัน..อดไปเที่ยว ได้แต่นอนซมอยู่สามสี่วันได้อาการก็ดีขึ้น
          วันนี้ผู้เขียนจะมาพูดถึงโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A  เพราะลูกชายของผู้เขียนต้องไปนอนอยู่ ร.พ. 4 วันเต็มๆ เพราะเจ้าโรคนี้ หากมีใครได้มาอ่านอาจจะได้ประโยชน์จากประสบการณ์นี้บ้างก็ได้
          ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A คืออะไร ตอนแรกผู้เขียนก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนหมอบอกก็ยังทำหน้างงๆ ใส่หมอซะอีก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มันเป็นไข้หวัดใหญ่กลุ่มเดียวกับเจ้าไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เคยระบาดจนทำให้คนตายมาแล้วนับไม่ถ้วน เพียงแต่มันไม่รุนแรงและคนป่วยสามารถหายเองได้  อ่านแล้วคิดว่าน่าจะปลอดภัยใช่มั๊ยคะ แต่ถ้าเจ้าไข้นี้เกิดกับเด็กที่อายุประมาณ 10 เดือน แบบลูกชายของผู้เขียนล่ะ

อาการของเจ้าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ที่ปรากฏของต้นกล้า
- ไข้สูงติดต่อกันตลอด
- มีอาการเจ็บคอ คอแดง คออักเสบ
- เกิดจากเชื้อไวรัส จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสทามิฟลู ในรายที่มีความเสี่ยง เช่น เด็กทารก
- เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้ทางการหายใจ หรือจับอะไรที่มีการปนเปื้อนเชื้อเข้ามาแล้วมาสัมผัสใบหน้าตัวเอง
          นี่เป็นอาการคร่าวๆที่ได้จากการสังเกตและสอบถามมาจากคุณหมอที่ดูแลน้องต้นกล้า


เป็นไข้แต่ยังไหวอยู่...ซนไม่หยุดจริงๆลูกฉัน  --"


อาการของน้องที่แสดงออกมา         
          ก่อนที่น้องจะเป็นไข้หวัด น้องก็ดูปกติดีทุกอย่าง เล่นซนธรรมดาของเค้า แต่จู่ๆ น้องก็ตัวร้อนขึ้นมาตอนบ่ายสามของวันที่เสาร์ที่ 3 ธันวาคม  หลังจากนั้นย่าก็เช็ดตัวเพราะคิดว่าเป็นไข้รรมดา ย่าบอกว่าตอนเที่ยงต้นกล้าเล่นน้ำในกะละมัง วันนั้นใส่น้ำเยอะสูงถึงอกได้ ย่าเลยกังวลว่าที่ต้นกล้าไข้สูงเพราะแช่น้ำนาน  พอพ่อกับแม่ไปรับน้องตอนค่ำ (ย่าเลี้ยงน้องให้ตอนกลางวัน) น้องก็ยังมีไข้รุมๆ อยู่ ก็เลยใช้แผ่นลดไข้แปะหน้าผากแล้วให้น้องกินยาลดไข้ของเด็ก สักพักไข้น้องก็ลดลง จาก 38 องศา แล้วมันลดลงเหลือ 37 องศา คราวนี้พ่อ แม่ ปู่ ย่า ก็เบาใจ คิดว่าไม่เป็นไร ค่อยเช็ดตัวลดไข้เอา 
          พอพาต้นกล้ากลับบ้าน แม่พานอน สัก 4 ทุ่ม อยู่ดีๆไข้ของต้นกล้าก็สูงขึ้นมาอีก พ่อกับแม่ก็ช่วยกันเช็ดตัว ปลอบน้งเพราะน้องรู้สึกไม่สบายตัว ตอนไข้สูงต้นกล้าครางออกมาด้วย พอต้นกล้าหลับไป ตอนนั้นผู้เขียนก็ออกมานั่งทำงานนอกห้อง ทิ้งให้น้องนอนกับพ่อ สักชั่วโมงได้ พ่อของน้องออกมาเรียกบอกว่าน้องฉี่ พอดีไม่ได้ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเพราะอยากให้น้องสบายตัว แม่ก็เข้าไปเปลี่ยนแล้วก็จะเช็ดตัวน้องด้วย แต่ความรู้สึกว่าน้องตัวร้อนจัดมาก พ่อกับแม่ก็เลยรีบเช็ดตัวลดไข้ แต่ไข้ก็ไม่ลด พอถึงเที่ยงคืน ไข้น้องสูงถึง 38 องศา ก็เลยให้ยาลดไข้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไข้ไม่ลง เช็ดตัวก็ไม่ลง ไข้กลับขึ้นไปถึง 38.8 องศา ตอนนี้ล่ะป่วนแล้ว ไข้แตะ 39 องศา แม่กลัวลูกชักเป็นที่สุดเลยรีบเก็บข้าวของแล้วพาน้องส่งโรงพยาบาล ช่วงที่นั่งรถอยู่ น้องได้ยาลดไข้ไปเลยดีขึ้นหน่อย ประกอบกับน้องเพลีย ง่วงนอนมาก จึงหลับลงได้เพราะฤทธิ์ยา ไปตื่นตอนถึงโรงพยาบาลแล้ว
          พอไปถึง ร.พ. ตอนตีสองกว่าๆ พยาบาลก็รีบเช็ดตัวให้ เพราะน้องไข้สูงเกิน 39 องศา ตอนนี้ล่ะ ต้นกล้าร้องไห้อย่างที่ไม่เคยร้องมาก่อน ร้องดัง ร้องนาน จนพ่อกับแม่รู้สึกสงสาร เพราะธรรมดา น้องไม่ค่อยร้องไห้ จะร้องก็ตอนโมโหซะมากกว่า แต่พอเห็นหน้าหมอ พยาบาลนี่ ร้องเลย ตอนเค้าเช็ดตัว เห็นแล้วอึ้งเลย ที่เราเช็ดตัวลูกนี่ผิดหมด เราทำเบาๆกลัวลูกเจ็บ พวกพยาบาลนี่เช็ดกันพรืดๆ ดูเหมือนน้องโดนอาบน้ำมากกว่า ต้นกล้าร้องไห้ทุกครั้งที่เช็ดตัว วัดไข้ กินยา คืออะไรที่เกี่ยวข้องกับหมอกับพยาบาลร้องหมด ร้องจนเสียงหาย เจ็บคอ น่สงสารมาก มือซ้ายน้องโดนเจาะเลือดแล้วก็ทิ้งเข็มไว้เผื่อต้องฉีดยาฉุกเฉินกับเผื่อไว้ให้น้ำเกลือ โชคดีหน่อยที่ต้นกล้ากินนมได้ เลยไม่ต้องกินน้ำเกลือ แต่ข้าวนี่กินน้อย คงเพราะเจ็บคอ แต่ขนมนี่กินได้ ไม่เป็นอุปสรรค
          หมอตรวจน้องและบอกว่าอาจจะเป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะไข้ขึ้นสูงตลอด ต้องเช็ดตัวเรื่อยๆ กับกินยาลดไข้ แม่เลยบอกหมอไปว่าน้องไอด้วยเหมือนจะเจ็บคอ ก็เลยให้ยาฆ่าเชื้อด้วย แต่จะมีผลทำให้น้องถ่ายเหลวบ่อย ผ่านไป 2 คืนกับอีก 1 วัน พอเข้าวันที่ 2 หมอมาตรวจและดูว่าไข้ยังไม่ลดเลย หมอเลยขอตรวจคอโดยการเก็บเสมหะน้องไปตรวจ พอตกบ่าย สักบ่าย 3 กว่า คุณหมอมาแจ้งว่าน้องเป็นไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ แต่โชคดีที่ตรวจได้เร็วน้องยังไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อน บางคนเป็นแผลที่คอ กินข้าวไม่ได้ กินนมไม่ได้ ต้องให้น้ำเกลือ เด็กบางคนชักเพราะไข้สูง พยาบาลถามว่าน้องเคยชักมั๊ย เพราะถ้าเด็กเคยชักแล้ว จะชักได้อีก พอหมอรู้แล้วว่าน้องเป็นอะไรก็เริ่มต้นให้ยาต้านไวรัสกันเลย

ทำไมถึงอันตราย
          1. การชักของเด็ก ไข้สูงทำให้เด็กทารกชักได้ ซึ่งการชักครั้งแรกอาจส่งผลให้เด็กมีการชักครั้งต่อไป
          2. ในกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม 
          3. ถ้ารักษาไม่ทันท่วงที หรือมีภาวะแทรกซ้อนเด็กอาจเสียชีวิตได้

ยังยิ้มได้ครับ

          หมอบอกว่ารู้ว่าเป้นอะไรแต่เนิ่นๆ รักษาได้ถูก เด็กก็จะแข็งแรงไว พวกพยาบาลที่ดูแลต้นกล้าบอกว่าต้นกล้าไข้ลดลงไวมาก ที่อยู่นานเพราะพ่อกลัวว่าไข้จะกลับอีกเลยนอนดูอาการต่อ กันไว้ดีกว่าแก้  ย่าก็เลยต้องมาช่วยเฝ้าน้องตั้งแต่วันอาทิตย์จนกลับบ้าน ตัวแม่เองก็ไม่รู้ว่าจะเช็ดตัวได้เหมือนพยาบาลเค้ามั๊ย เช็ดตัวเสร็จไข้ลดวูบเลย อยู่ ร.พ.ต่ออะดีแล้ว แต่สงสารเด็กที่หมอห้ามเที่ยวเวลากลับบ้านไปแล้ว เด็กเห็นร่มไม่ได้ต้องให้ย่า ให้ปู่ พาเที่ยว อดไปสักอาทิตย์ได้ เล่นอยู่แต่ในบ้าน
         
การติดต่อ
          หมอสันนิษฐานว่าน้องติดหวัดมาจากพ่อที่เพิ่งหายจากไข้หวัดไม่กี่วัน หมอบอกว่าเด็กเล็กๆจะติดหวัดง่าย  พ่อน้องไข้สูงอยู่ 2 คืน กว่าจะหาย แต่เจ็บคอและไอบ่อย เชื้อหวัดจะยังอยู่หลังจากเราหายสัก 3-5 วัน ช่วงนั้น พอพ่อไม่มีไข้ก็อุ้มลูก เล่นกับลูก อาจจะติดกันช่วงนั้นได้ แล้วต้นกล้าเอง ก่อนจะไข้ขึ้นก็มีเหมือนกันที่กินข้าวแล้วอ้วกออกมานิดหน่อย อาจจะเป็นอาการที่เริ่มเจ็บคอก็เป็นได้ (อันนี้มาประมวลดูทีหลังว่าน่าจะเริ่มเป็นแล้ว)  ส่วนเด็กๆที่เล่นกับต้นกล้าพอต้นกล้าไข้ขึ้น อีกวันเด็กอีก 2 คนก็เป็นไข้ไปหาหมอกันเป็นแถว แต่เด็กๆโตกว่าอาการก็เลยดูไม่รุนแรงเท่าน้องที่ยังไม่พ้นวัยทารกเลย

          การสังเกตความเจ็บป่วยของลูกน้อยเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องรู้และดูออกว่าน้องมีความผิดปกติจากทุกวันอย่างไรบ้าง เพราะถ้ารู้แล้วจะช่วยให้เราพบสิ่งผิดปกติที่เกิดกับลูกน้อยได้เร็วและช่วยรักษาได้ทันท่วงที
         

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ลูกฉัน...ปอดอักเสบ!

          เมื่อตอนแรกเกิดต้นกล้าต้องอยู่ในห้องบริบาลทารกหลังจากออกมาให้แม่ได้ชื่นชมอยู่เพียงไม่นาน ถ้าจะนับไปแล้ว สักชั่วโมงเห็นจะได้ ก็ต้องเข้าไปอยู่ในห้องบริบาลทารก อยู่กับพยาบาลและเด็กตัวแดงๆ ที่เพิ่งคลอดหลายสิบคน


          เมื่อแรกคลอดนั้น แม่ต้องผ่าคลอดเพราะน้ำคร่ำเดินก่อนที่ปากมดลูกจะเปิด และน้องก็อยู่ในสภาพที่เอาหัวลงแต่เอียง ไม่อยู่ตรงๆ ทำให้พยาบาลที่ดูแลต้องแจ้งคุณหมอไปว่าต้องผ่าตัดออก เพราะถ้าให้ยาเร่งคลอดอาจจะคลอดเองไม่ได้ ต้องผ่าตัดอยู่ดี
          ตอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่ทรมานมาก เพราะต้องรอคุณหมอตั้งแต่ตีสอง แล้วไปผ่าตัดเอาตอน 8 โมงเช้า พยาบาลที่มาดูแลบอกว่าให้แม่ระวัง อย่าขยับตัวมาก เพราะน้ำคร่ำจะออกมามาก และจากสภาพที่น้องอยู่ในท้องแบบเอียงๆ รกอาจจะไหลมาอุด ทำให้เด็กขาดอากาศหายใจได้
          เอาล่ะสิ..ทีนี้ด้วยความว่ากลัวว่าลูกจะเป็นอะไร แม่คนนี้ก็นอนตัวแข็ง เกร็งไปทั้งตัว จนหลังชาไปหมด ได้แต่ภาวนาให้หมอมาถึงเร็วๆ นอนก็นอนไม่หลับ กลัวก็กลัว พอพยาบาลเอาเครื่องฟังเสียงหัวใจของน้องมาเสียบเพื่อเช็ค แม่ก็ตะแคงหูฟังอย่างตั้งใจว่าลูกหัวใจเต้นเป็นปรกติมั๊ย พอพยาบาลบอกว่าปกติดี แม่ก็ยิ้มได้ แล้วก็กลับไปภาวนาให้หมอมาเร็วๆใหม่ เฮ้อ!...กว่าจะเช้า พอหมอมาบอกว่าเตรียมผ่าตัด เข้าห้องผ่าตัด ดมยา หลับกลางอากาศเลย
          จากการที่น้ำเดินก่อนคลอดเป็นสาเหตุให้ต้นกล้าปอดอักเสบนิดหน่อย เลยต้องนอนโรงพยาบาล 7 วัน ตอนแรกก็ไม่รู้ แต่ตอนที่น้องนอนอยู่ แม่ได้ยินเสียงหายใจแรงผิดปกติ เลยบอกพ่อให้ไปเรียกพยาบาลมาดูที พยาบาลเลยพาไปตรวจที่ห้องบริบาล ตอนนั้นแม่ได้แต่รอ เพราะไปไหนไม่ได้ พ่อเป็นคนเดินไปเฝ้าลูก ก่อนจะกลับมาเล่าให้ฟังว่า ลูกต้องไปเข้าเครื่องช่วยหายใจ มันเป็นเครื่องที่ใช้ครอบหัวเด็กเพื่อให้ออกซิเจน แล้วไปตรวจเจอว่ามีเสมหะในคอน้อง ก็เลยตรวจปอด ไปๆมาๆ น้องเป็นปอดอักเสบนิดนึง  ไอ้นิดนึงนี่แหละ ต้นกล้าต้องโดนฉีดยาวันละ 2 ครั้ง 3 เข็ม บวกน้ำเกลือที่ต้องฉีดเข้าไปด้วย ช่วงวันแรก แม่ยังเดินไม่ได้ น้องก็เลยไม่ได้กินนม พอวันที่สองนี่แม่ลุกเลย ถ้าไม่เป็นเพราะลูก แล้วเป็นผ่าตัดธรรมดา สงสัยแม่จะยังโอดโอยไม่เลิก พอนึกถึงลูกแล้วใจมันห่วง ขอให้ได้เห็นหน้าลูกก็ยังดี
          น้องโดนเจาะเส้นเลือด มีเข็มคาไว้ฉีดยา ตอนเห็นครั้งแรก น้องนอนหลับ ไม่ร้องไห้สักนิด พ่อบอกว่าน้องไม่ร้องงอแงเลย นอนนิ่ง หลับสนิท พอแม่เดินไปหา หมอก็อนุญาตให้ให้นมน้องได้ ก็เป็นตอนบ่ายของวันที่สองแล้ว พอหมอเช็คว่าน้องไม่มีเสมหะ ก็เลยให้กินนมแม่ได้ แล้วอีกวัน ตอนที่ได้ห้องพิเศษแล้ว หมอก็อนุญาตให้มาอยู่กับแม่ได้ แต่ต้องเดินไปฉีดยาตอน 10 โมงเช้า กับตอนสามทุ่ม ทุกวัน


          แต่น้องต้นกล้ามีอาการตัวเหลืองเลยต้องส่องไฟด้วย ส่องอยู่ 1 คืน พออีกวัน หมอว่าค่าเหลืองลดลง ก็ไม่ต้องส่อง พ่อ แม่ และย่าดีใจมาก สงสารน้องตอนส่องไฟ ดูแล้วร้อนแทน ต้นกล้าไม่ยอมนอนหงาย นอนคว่ำหนีซะงั้น
          ตอนต้นกล้าเคลื่อนไหวมากๆ เส้นที่เจาะเข็มไว้มันแตก ต้องเจาะใหม่ เด็กเริ่มรู้สึกเป็น เจ็บเป็น น้องร้องไห้จ้าเลย ตอนพยาบาลเจาะเส้นเลือดตอนหลับอยู่ น้องคงตกใจ ตั้งแต่วันนั้นมา ต้นกล้าไม่ยอมนอนบนที่นอนถ้าไม่ใช่บนอกแม่ น้องจะพยายามตื่นแล้วก็งอแง แต่พอแม่อุ้มน้องจะเงียบ น้องจะตื่นตลอด หรือบางทีก็พยายามตื่น ตอนแรกแม่ก็ไม่เข้าใจว่าน้องเป็นอะไร เพราะน้องจะกินแต่นมแม่ตลอด ไม่ยอมหยุด แม่ก็เลยเริ่มสังเกตเห็นอาการของน้องว่า พอเคลิ้มๆจะหลับน้องจะเอามือมาถูหน้าถูตา ทำแบบนี้ตลอด จนคืนนั้นน้องไม่ได้นอนเลย มาหลับเอาตอนสาย น้องเป็นแบบนี้จนกลับมาบ้านเมื่อให้ยาครบ ตรวจดูว่าแข็งแรงดี ก็กลับมาอยู่บ้าน อาการของน้องก็ดีขึ้นเรื่อยๆ นอนยาวขึ้นเรื่อยๆ ไม่พยายามตื่นอีก
          ประสบการณ์ครั้งนี้ ทำให้พ่อกับแม่ห่วงเรื่องปอดน้องมากๆ พยายามดูแลให้น้องแข็งแรง ไม่เป็นหวัดมาตลอด จนน้องได้สัก 8 เดือน ถึงจะเริ่มเป็นหวัด ตอนนั้นรู้สึกว่าจะมีเด็กที่เป็นหวัดมาไอใกล้ๆน้อง แต่ต้นกล้าก็แข็งแรงมากแล้ว พ่อกับแม่ก็เลยเบาใจ
         

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พัฒนาการของลูกชาย ทารกวัย 10 เดือน

นับจากวันเกิดของน้องต้นกล้า นี่ก็ผ่านมาครบ 10 เดือนแล้ว พัฒนาการของน้องก็เป็นไปตามวัย


ต้นกล้ามีพัฒนาการที่ดี เป็นเด็กอารมณ์ดี แถมยังขี้เล่นอีกต่างหาก
- ฟันล่างงอก 2 ซี่
- พูดคำสั้นๆ ได้ ต้นกล้าพูด แม่ ย่า แล้วก็ ไอ้แจ้ (ไก่แจ้) ได้ชัดเจน ประโยคยาวๆยังพูดไม่ได้ บางครั้งบ่นยาวๆแต่ไม่มีความหมาย
- เกาะยืนได้ดี กำลังหัดตั้งไข่ น้องชอบแกล้งยืนตั้งไข่ แล้วพอพ่อกับแม่ร้องเพลง "ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน..." เค้าก็จะทำเป็นปล่อยมือ ยืนตั้งท่าเท่ห์อยู่ได้แป๊บนึง แล้วก็จะทำเป็นหงายหลังให้คนอื่นหัวเราะเล่น
- ชอบเล่นซ่อนหา จ๊ะเอ๋ กับ ตั๊กแก นี่ สนุกเขาล่ะ
- ช่วงนี้ขี้เล่นมาก ทำอ้าปากแล้วทำเสียง "อ้า" หลอกคนอื่น แล้วก็แลบลิ้นใส่ --" อันนี้ไม่รู้ใครสอน
-ย่าบอกว่า ช่วงนี้น้องจะเกเร ไม่ยอมใคร เอาอะไรก็จะเอาให้ได้ ก็ตามวัยของเด็กอายุเท่านี้ที่ยังควบคุมอารมณ์หรือความต้องการไม่ได้ ดีที่ย่ากับปู่ใจเย็น แต่สงสารหน่อยที่น้องต้นกล้าจะไวมาก ปรู๊ดปร๊าดเหลือเกิน ย่าบอกว่าจับกันเหนื่อย
- เมนูอาหารของน้อง ตอนนี้เปลี่ยนจากข้าวต้ม มาเป็นข้าวสวย บดกับปลา แล้วก็มีน้ำซุป ฟักทองบ้าง ตำลึง แครอท ฟักเขียว แล้วแต่จะหาอะไรได้ เน้นผักริมรั้ว ปลอดสารจ้า  ต้นกล้าไม่ค่อยชอบข้าวเปียกๆเท่าไหร่แล้ว อ้อ! แล้วอีกอย่าง เด็กต้นกล้าไม่ยอมกินข้าวจากช้อน ไม่รู้ลูกคนอื่นจะเป็นไหม ต้นกล้านี่ถ้าป้อนมือจะยอมกิน เฮ้อ! แม่ก็อยากให้ถูกสุขลักษณะนะลูก แต่ลูกส่ายหน้าหนีลูกเดียว แม่กับย่าเลยยกธงขาวยอมแพ้ซะเลย

เมื่อวาน วันที่ 14 ธ.ค. เป็นวันที่เขารณรงค์ให้หยอดโปลิโอ ต้นกล้าฉีดวัคซีนแล้ว แต่หมออนามัยมาตามสัก 3 คนได้ เลยไปหยอดซะหน่อย เพราะไม่มีอันตรายอะไร

ตอนแย่งชิงกล้องถ่ายรูปกับแม่